*** ลองเขียนเป็นความเรียงกันบ้่าง***

 

   เครื่องบินบินลงเรื่อยๆ สู่พื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ(สนามบินที่ถือว่ามีเนื้อที่ใหญ่ที่สุดในโลก(เพื่อนบอก)) ขณะนั้นเวลาประมาณสองทุ่มเศษๆ บรรยากาศภายนอกมืดครึ้ม แถมมีฝนฟ้าคะนอง ผมไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เอาเสียเลย ความรู้สึกกลัวเริ่มถาโถม ผมไม่เคยนั่งเครื่องบินตอนกลางคืน ตอนฝนตกยิ่งไม่เคยกันใหญ่ เอาเป็นว่าผมยังไม่เคยนั่งเครื่องบินเลย มานั่งเครื่องบินครั้งแรกก็รู้สึกไม่ประทับใจเสียแล้ว

   แอร์โฮสเตสยิ้มแย้มแจ่มใสคอยเสิร์ฟนั่นเสิร์ฟนี่ผู้โดยสาร แต่ไม่รู้เลยว่ามีผู้โดยสารอย่างผมกำลังเจ็บแก้วหูที่เกิดจากความดันเปลี่ยน ขี้หูสะเทือน ขามาสิงคโปร์ทำไมถึงไม่เจ็บแก้วหูวะ!!

   เสียงจากประกาศบนเครื่องบินดังขึ้นอย่างรวดเร็ว ผมคิดในใจว่ามันจะพูดเร็วไปไหนวะ ไม่รู้เหรอว่ากูโง่อังกฤษ แล้วผมก็ฟังไม่ออก เพียงแค่รู้ว่าเค้าให้รัดเข็มขัด แล้วแอร์โฮสเตสก็เดินตรวจดูความเรียบร้อยก่อนเครื่องจะบินลงสนามบินจริงๆ  

 

  เครื่องบินถลาลงรันเวย์อย่างแรง

 “ถึงประเทศไทยแล้ว!!” ผมยิ้มกับเพื่อนที่นั่งข้างๆอย่างดี๊ด๊า “สวัสดีสุวรรณภูมิ” ไม่เจอกัน 4 วัน คิ๊ดถึ๊งงงงงงคิดถึงงงงง....

  หลังจากเดินออกจากเครื่องบินพร้อมรอยยิ้มที่ได้จากเหล่าแอร์โฮสเตสสายการบิน Singapore Airline ผมยิ้มให้พวกเขาอย่างจริงใจเพราะได้รับบริการที่ดีเยี่ยม ถึงแม้บางครั้งจะไม่รู้เรื่องที่เค้าพูดก็เถอะ..

     สองเท้าก้าวลงสนามบินสุวรรณภูมิก็รู้สึกถึงกลิ่นของประเทศไทย ความเป็นไทย ที่ผมชอบมากกว่าต่างประเทศ ประเทศสิงคโปร์มีอะไรหลายๆอย่างที่ประเทศไทยไม่มี ประเทศไทยก็มีอะไรหลายๆอย่างที่ประเทศสิงคโปร์ไม่มีเช่นกัน

  ออกจากสนามบินก็รู้ว่าเมืองไทยเริ่มหนาวแล้ว สิงคโปร์ยังฝนตกอยู่เลย

 ผมกลับถึงบ้านเวลาตี 4 กว่าๆ ความเมื่อยไม่สามารถทำให้ผมอาบน้ำก่อนนอน นอนไปทั้งสิ้นก็ 11 ชั่วโมง

 

 ตื่นมาอีกที เปิดคอม ต่อเนต เข้า exteen

“อ๊ะซวยแล้ว   สัญญากับเพื่อนๆ exteen ไว้ ว่าจะเอารูปทัวร์สิงคโปร์มาฝาก ทำไมเหนื่อยแบบนี้น้า!!!!